รู้จัก 6.11 Vending Machine Store ผู้ท้าชนร้านสะดวกซื้อ

ตู้กดน้ำอัตโนมัติกำลังเติบโตอย่างดีในประเทศไทย พามารู้จัก 6.11 ตู้กดน้ำราคาประหยัดจากค่าย “สบาย เทคโนโลยี” งานนี้ขอท้าชิงกับร้านสะดวกซื้อ เปิดขนาบข้างแบบหายใจรดต้นคอ ปั้น 1,000 สาขาให้ได้ในปีนี้

ตู้กดอัตโนมัติตลาดเดือด!

ต้องบอกว่าในประเทศไทยมีร้านสะดวกซื้ออยู่เกือบทุกมุมถนน เพียงแค่เจ้าใหญ่อย่าง 7-11 ก็มีสาขาอยู่ทั่วประเทศกว่าหมื่นสาขาเข้าไปแล้ว อีกทั้งพฤติกรรมของคนไทยก็ชอบเข้าห้าง ซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ทำให้ตลาดนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดของ Vending Machine หรือตู้กดน้ำอัตโนมัติเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น ซึ่งถ้าใครที่เคยไปเยือนประเทศญี่ปุ่นน่าจะคุ้นเคยกับตู้กดน้ำเป็นอย่างดี เพราะเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นอย่างมาก เรียกว่าทุกตรอกซอกซอยจะต้องมีตู้กดน้ำ แม้แต่บนเขาก็ยังมี

ตลาดในประเทศญี่ปุ่นใหญ่มากเช่นกัน มีจำนวนตู้กดน้ำถึง 2.5 ล้านเครื่อง เทียบกับจำนวนประชากร 160 ล้านคน สำหรับในประเทศไทยที่ปัจจุบันตลาดนี้มีทั้งหมด 25,000 เครื่อง เทียบกับจำนวนประชากร 70 ล้านคน ถือว่ายังมีโอกาสในตลาดอีกมาก

ในตลาด 25,000 เครื่อง เบอร์ 1 เป็นของ “ซัน 108” มีจำนวน 12,000 เครื่อง จำหน่ายทั้งอาหาร เครื่องดื่ม มาม่าต่างๆ เบอร์ 2 เป็นของ “เวนดิ้ง พลัส” จากค่ายสบาย เทคโนโลยีจำนวน 4,000 เครื่อง ถ้ารวมแบรนด์อื่นๆ ทั้งหมดในตลาดมีนับ 20 แบรนด์เลยทีเดียว

Budget Vending Machine ราคาตั้งแต่ 6-11 บาท

ตลาดของตู้กดน้ำ หรือตู้กดอัตโนมัตินี้ ส่วนใหญ่จะมีทำเลอยู่ตามโรงงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า แต่จริงๆ แล้วตู้นี้ยังมีโอกาสมหาศาลในหลายพื้นที่ จึงเป็นที่มาของโมเดลใหม่ 6.11 Corner เป็น Vending Machine Store ที่เนรมิตร้านค้าให้มีแต่ตู้กดน้ำเพียวๆ จากปกติที่เราจะเห็นแค่ตู้กดน้ำอย่างเดียว แต่นี่คือตั้งเป็นร้านค้า

จริงๆ แล้วร้าน 6.11 แบรนด์ย่อยของเวนดิ้ง พลัส โดยที่วางจุดยืนเป็น Budget Vending Machine มีสินค้าหลักเป็นแบรนด์ 6.11 Select จำหน่ายในราคาถูกกว่าแบรนด์ทั่วไปในท้องตลาด มีทั้งกาแฟ น้ำดื่ม วิตามินซี เครื่องดื่มโยเกิร์ต เครื่องดื่มเกลือแร่ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง และอื่นๆ อีกมากมาย โดยมีราคาส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ 6-11 บาทเท่านั้น ในขณะที่ตู้อื่นๆ มีราคาเริ่มต้น 10-20 บาท

โดยที่ 6.11 เริ่มเปิดร้านแรกเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562 ที่ย่านเพชรเกษม-บางบอน เป็นการเช่าห้องแถวแล้วตั้งตู้กด 2-3 เครื่อง เน้นโลเคชั่นในชุมชน หรือข้างๆ ร้านสะดวก

“ความหมายของชื่อร้าน 6.11 ก็คือสินค้าส่วนใหญ่มีราคาตั้งแต่ 6-11 บาทเท่านั้น เพราะตั้งใจให้ 6.11 เป็น Budget Vending Machine” ชูเกียรติ รุจนพรพจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ได้เล่าถึงที่มาของชื่อก่อนเป็นอันดับแรก

จากนั้นก็เริ่มเล่าถึงคอนเซ็ปต์ของ 6.11 ที่ทำไมต้องเป็น Budget Vending Machine ได้มองเห็นโอกาสอะไรบ้าง

“แต่แรกเริ่มได้ตั้งตู้เวนดิ้ง พลัสในโรงงานอุตสาหกรรม ได้เก็บข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภค พบว่าคนไทยยุคนี้ยอมซื้อสินค้า Budget Brand หรือสินค้าที่มีราคาถูกกว่าแบรนด์ใหญ่มากถึง 30-40% แสดงว่าตลาดนี้มีโอกาส ในขณะที่คนซื้อที่แบรนด์ใหญ่ๆ 60-70%”

ชูเกียรติได้แชร์ข้อมูลเชิงลึกว่าอย่างสินค้าน้ำอัดลมในตู้จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็น Original ที่มี 2 แบรนด์ใหญ่โค้ก และเป๊ปซี่ มีราคามาตรฐาน และแบรนด์ Budget ที่ราคาย่อมเยาลงมาหน่อย เอส และบิ๊กโคล่า พบว่ากดซื้อโค้ก และเป๊ปซี่ 65% และซื้อเอส กับบิ๊กโคล่า 35%

รวมถึงสินค้าเครื่องดื่มชูกำลัง ที่มีแบรนด์ใหญ่ๆ ทั้ง M150, คาราบาวแดง, กระทิงแดง แต่มีแบรนด์ Volt ของอาเจขายในราคา 8 บาท คนก็ซื้อแบรนด์นี้เยอะ

ซึ่ง 6.11 Select เห็นโอกาสว่าคนซื้อ Budget Brand มากถึง 30-40% เพราะด้วยเศรษฐกิจ และกำลังซื้อคนน้อยลง การมีแบรนด์ที่มีราคาคุ้มค่าน่าจะตอบโจทย์ได้ดี อีกทั้งยังได้พาร์ตเนอร์ที่ผลิตสินค้าให้เป็นเจ้าใหญ่ๆ ในตลาดทั้งสิ้น อย่างน้ำดื่มสยาม และมาลี

โดยที่ได้วางจุดยืนให้เว็นดิ้ง พลัสอยู่ในระดับกลาง มีจำหน่ายสินค้าทั่วไป ตั้งตู้ตามห้างสรรพสินค้า ส่วน 6.11 เป็น Budget Vending Machine ระดับแมส เน้นตั้งตู้ตามชุมชน

แตกไลน์สู่ขนม เครื่องสำอาง ไปจน “ถุงยางอนามัย”

ปัจจุบัน 6.11 จำหน่ายแต่สารพัดเครื่องดื่ม แต่ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าเตรียมแผนที่จะขยายไลน์สินค้าสู่ตลาดอื่นๆ ทั้งขนม เครื่องสำอาง สินค้า FMCG รวมไปถึงถุงยางอนามัยด้วย

“ในอนาคตมองถึงสินค้าอย่างขนม เครื่องสำอาง มาส์กหน้า สินค้า FMCG ต่างๆ สามารถทำเป็นตู้กดได้หมดเลย รวมถึงถุงยางอนามัยด้วย Pain Point ของสินค้ากลุม่นี้คือคนจะอายไม่กล้าซื้อในร้านสะดวกซื้อ เราเลยจับมือกับพาร์ตเนอร์ผู้ผลิตรายใหญ่ผลิตแบบ 2 แบบ รุ่น 0.05 ขายชิ้นละไม่เกิน 20 บาท และรุ่น 0.03 ขายชิ้นละ 35 บาท เจลหล่อลื่นก็ขายซองละ 20 บาท ตัวนี้จะออกช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ จะตั้งตู้ตามห้องน้ำปั๊ม โรงแรมม่านรูด และร้านสะดวกซื้อ”

ชูเกียรติบอกว่า ต่อไปตู้ Vending Machine อาจจะกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ เพราะการที่สินค้าจะเข้าไปจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดจะต้องเสียค่าแรกเข้า ค่าเชล์ฟ ส่วนแบ่งรายได้ ถ้าสินค้าขายไม่ดีก็โดนตีกลับอีก แต่ถ้ามาจำหน่ายในตู้จะไม่เสียค่าใช้จ่ายเหล่านั้น

ขอเปิดขนาบข้างร้านสะดวกซื้อ

โมเดลของ 6.11 จะเป็นการเข้ามา Disrupt ร้านสะดวกซื้ออย่างแท้จริง หรือเป็นการดับเครื่องชนร้านสะดวกซื้อเลยก็ว่าได้ โดยที่โลเคชั่นส่วนใหญ่ที่จะไปนั้นจะต้องอยู่ในชุมชน และใกล้ร้านสะดวกซื้อ

“ตอนนี้เรามี 170 สาขา เน้นเปิดใกล้ๆ ร้านสะดวกซื้อ แต่ร้านสะดวกซื้อไม่ได้มีแค่แบรนด์เดียว ต่อไปอาจจะขยายไปได้ถึง 30,000 สาขาเลยก็ได้ ในช่วง 5,000 สาขาแรกจะไปกับร้านสะดวกซื้อ แต่ต่อไปจะจับโลเคชั่นที่ดักทางผู้บริโภคก่อนที่จะเข้าร้านสะดวกซื้อ”

ชูเกียรติบอกว่าจุดเด่นของตู้กดน้ำคือ สินค้าจะได้รับความเย็นมากกว่า รักษาความเย็นได้ตลอด ไม่ต้องต่อคิวจ่ายเงิน อีกทั้งตอนนี้ยังมีปัญหาเรื่องถุงพลาสติก เป็นโอกาสที่ดีของตู้กดน้ำ

ซึ่งต้องบอกว่าตอนนี้ 7-11 เองก็ลงมาจับตลาดนี้เช่นกัน จากที่ก่อนหน้านี้ได้มีตู้ Vending Machine แต่ตั้งอยู่ในร้าน ตอนนี้ได้เช่าพื้นที่ในชุมชนเพื่อตั้งตู้โดยเฉพาะ เรียกว่ามาในโมเดลเดียวกัน

ปีนี้ต้องมี 1,000 สาขา

ปัจจุบันร้าน 6.11 มีทั้งหมด 170 สาขา เป็นโมเดลที่บริษัทลงทุนเองหมด เป็นการเช่าพื้นที่ตึกแถวในชุมชน เริ่มต้นที่ กทม. และปริมณฑล โดยที่ในสิ้นปีนี้ตั้งเป้ามีสาขาอย่างต่ำ 1,000 สาขา

“ผมอยากให้แบรนด์ 6.11 เป็นเสี่ยวมี่ประเทศไทย มีราคาไม่ต้องแพง แต่ต้องมีคุณภาพ และมองว่าจะขยายตู้กดให้ไปตามตรอกซอกซอยให้ได้ เป็นการสร้างแบรนด์ผ่านสินค้า ให้คนจดจำแบรนด์ให้ได้”

สินค้าที่ขายดีที่สุดได้แก่ เครื่องดื่มฮันนี่ลิ้นจี่, น้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว, วิตามินซี และเครื่องดื่มชูกำลัง ในอนาคตจะมีกาแฟ และรังนก

ชูเกียรติแอบกระซิบอีกว่า เร็วๆ นี้ที่ 6.11 Corner จะมีจำหน่าย “ซิม AIS” หลายคนคงทราบดีว่าช่วงหนึ่งที่ 7-11 มีปัญหาในการจำหน่ายซิม AIS อาจจะเป็นเพราะคู่แข่งของ TRUE หรืออะไรก็ตาม แต่ตอนนี้ 6.11 พร้อมมาตีกลับแล้ว

ขอบคุณบทความจาก: Positioning
เว็บที่มา: https://positioningmag.com/1263380