เจ้าแรกในไทย‼ เวนดิ้งพลัสสุดล้ำ เปิดตัวเทคโนโลยีการ แตะบัตรรับเครื่องดื่มสวัสดิการบนตู้กดอัตโนมัติ

เจ้าแรกในไทย

‼

เวนดิ้งพลัสสุดล้ำ เปิดตัวเทคโนโลยีการ #แตะบัตรรับเครื่องดื่มสวัสดิการบนตู้กดอัตโนมัติ เป็นระบบที่ได้มาตรฐาน ภายใต้เครือ บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าเดียวที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง

ในยุค New Normal มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ถูกพัฒนาให้ทันสมัยต่อพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึง เวนดิ้งแมชชีน ธุรกิจที่กำลังมาแรงและเติบโตอย่างมากในไทยกำลังได้รับความสนใจอย่างมากมาย ไม่เว้นแม้แต่ผู้ประกอบการโรงงานที่มีพนักงานจำนวนมาก และยังต้องการเสาะหาวิธีในการมอบสวัสดิการเพื่อสุขภาพและเป็นกำลังใจให้กับพนักงาน ซึ่งเป็นกำลังส่วนสำคัญในการเติบโตของธุรกิจ

โดย บริษัท ไทย เอ็นเนอร์จี สโตเรจ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ไว้วางใจให้ บริษัท เวนดิ้งพลัส จำกัด ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์มอบสวัสดิการแบบ New Normal ให้กับพนักงานทุกท่าน เพียงแตะบัตรพนักงานก็จะได้รับสิทธิ์ในการเลือกเครื่องดื่มฟรี เพื่อสุขภาพที่ดีของพนักงาน สะดวกมาก เป็นการตอบโจทย์ยุคของสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ได้อย่างดี #เวนดิ้งพลัส#สังคมไร้เงินสด#รับชำระแบบใหม่#ตู้กดอัตโนมัติ

เวนดิ้ง พลัส ทุ่ม 600 ล้าน ปูพรม 6,000 ตู้ พร้อมดึงการ์ตูนดัง “โดราเอมอน” สร้างสีสัน ปลุกตลาดเวนดิ้งแมชชีน

นายวิรัช มรกตกาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวนดิ้ง พลัส จำกัด ในเครือกลุ่มบริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดว่าภายในปีนี้จะสามารถขยายการติดตั้งตู้เพิ่มเติมได้ถึง 12,000 ตู้ จากเดิม 6,000 ตู้ ครอบคลุมการจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งในรูปแบบของบริษัทผลิตเอง อาทิ น้ำดื่ม ขนมขบเคี้ยว บะหมี่สำเร็จรูป สินค้าอุปโภคบริโภค หน้ากากอนามัย ชุดชั้นใน และ ซีดีเพลง

รวมถึงสินค้าที่เกิดจากความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ เช่นหน้ากากผ้า ชุดชั้นในจากซาบีน่า, หน้ากาก กระเป๋าผ้าจากนารายา, หน้ากากลิขสิทธิ์ไลน์จาก Kireo, สินค้า gadget จาก Rizz, MP3 CD เพลงจากGMM หรือ เสื้อโปโลจากแบรนด์ FU เราก็ยังคงเปิดรับสินค้าใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยตอนนี้เราเริ่มจำหน่ายสินค้าเครื่องสำอางแบบซองแล้ว อย่างเช่น Smooto, Morika และ Jula’s herb

โดยในปีนี้ บริษัทมีแผนที่ออกสินค้าลิขสิทธิ์ เพื่อเพิ่มสีสันของสินค้าของเวนดิ้งพลัส สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวการ์ตูนลิขสิทธิ์แรกของคือ “โดราเอมอน” 40 ลายสำหรับเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ตั้งเป้า4ล้านขวดภายในปี2564 นอกจากจำหน่ายผ่านตู้ของเวนดิ้งพลัสแล้ว ยังมีแผนที่จะนำเข้าไปวางจำหน่ายในช่องทาง E-commerce และMarket place ชั้นนำ และในอนาคตอันใกล้จะมีสินค้าลิขสิทธิ์ตัวคาแรกเตอร์เข้ามาเพิ่มอีก 2 คาแรกเตอร์

นอกจากนี้บริษัทยังมีเป้าหมายรุกตลาดใหม่ๆ เข้าเสริมพร์อตธุรกิจให้หลากหลายอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น Sabuy Money บริการ E-Wallet ใน Ecosystem ของเวนดิ้งพลัส หรือ Sabuy Exchange ที่เข้ามาช่วยเสริมเรื่องของ Loyalty Program ในกลุ่มร้านค้าปลีก ซึ่งมีจุดเด่นที่ต่างจากคู่แข่งในตลาดคือ ระบบสะสมแต้มที่ลูกค้าสามารถนำแต้มของพันธมิตรมาใช้ร่วมกันได้

รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนการทำงานกับพาร์ทเนอร์อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น รวมถึงการขยายไปหา พาร์ทเนอร์ใหม่ๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิดที่ ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เป็นทางออกให้กับอีกหลากหลายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กในการขยายช่องทางจำหน่ายและเพิ่มการเข้าถึงของผู้บริโภค คาดว่าภายในปีนี้จะสามารถขยายความร่วมมือได้ราวๆ10 โปรเจ็ค

“ปีนี้บริษัทใช้งบลงทุนราว 600 ล้านบาท แบ่งเป็น งบลงทุนติดตั้งตู้เวนดิ้งแมชชีน  400 ล้านบาทให้ครอบคลุมจากเดิม 21 จังหวัดโดยขยายไปจังหวัดใกล้เคียง บนโลเคชั่นที่มีศักยภาพเติบโตสูง เช่น กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม โรงเรียน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย แหล่งชุมชนต่างๆ  และอีก 200 ล้านบาท เป็น งบลงทุนในส่วนของ commercial investment

รวมทั้งการลงทุนเข้าซื้อกิจการธุรกิจตู้เวนดิ้งแมชชีนรายย่อยที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้หลังจากต้องประสบปัญหากับวิฤติต่างๆ ซึ่งขณะนี้มีการเจรจาราว 10 รายและจะทะยอยสรุปผลตลอดทั้งปี ”

ที่มา: https://www.thansettakij.com/content/business/467266

“GMM” ผนึก “เวนดิ้งพลัส” ขายสินค้าเพลงผ่านตู้หยอดเหรียญ

ผู้จัดการรายวัน360-GMM Trading ร่วมกับ สบาย เทคโนโลยี ภายใต้แบรนด์ เวนดิ้งพลัส ผู้ผลิตตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติจับมือร่วมกันขยายช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าในกลุ่ม Physical product ประเภทเพลงในรูปแบบ USB MP3 และCD MP3 เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเสียงเพลงเป็นเพื่อน ระหว่างเดินทาง
นายชูเกียรติ ธัญสุนทรสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด GMM Trading กล่าวว่า “จากข้อมูลยอดขายในปี 2562 -2563 การขายสินค้าประเภท Physical product ยังมีรายได้ต่อปีประมาณ 360 ล้านบาท ถึงแม้ทุกวันนี้ผู้บริโภคจะใช้บริการฟังเพลงแบบ Streaming มากขึ้นก็ตาม แต่ยังคงมีกลุ่มเป้าหมายที่ยังคงซื้อสินค้าประเภทนี้คือกลุ่มผู้ใช้รถเดินทางระหว่างจังหวัดทั้งท่องเที่ยวและทำงาน

โดยพื้นที่ปักหมุด กลยุทธ์ลงไปตามร้านสะดวกซื้อในกลุ่ม G Store หรือ Gas Station สถานีบริการน้ำมัน (ปั้มน้ำมัน) ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันนับเป็นยอดขายสัดส่วนกว่า 50% ของยอดขายจากทุกช่องทาง โดยสินค้าประเภท USB MP3 มียอดขายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากในรถยนต์ทุกคันมีช่องต่อ USB เป็นส่วนใหญ่อีกทั้งความจุของเพลงใน USB กว่า 80 เพลง ยังสามารถฟังได้นานกว่า 5 ชม. ประกอบกับราคาที่ไม่แพงและสามารถนำไปใช้ซ้ำหรือเป็นของสะสมได้ด้วย”

นายโอฬาร เปรื่องวิทยาการ รักษาการหัวหน้าหน่วยงาน Trading – Sales & Marketing GMM Trading กล่าวเสริมในส่วนของช่องทางการขายว่า “การที่เราเห็นยุทธศาสตร์การวางพื้นที่จัดจำหน่ายในกลุ่มรอบนอก (Rural Area) เพิ่มขึ้น เนื่องจากการปรับตัวของร้านค้าสะดวกซื้อในบริเวณเมือง (Urban Area) ที่ปรับพื้นที่ชั้นวางสินค้าเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ทำให้เราต้องปรับกลยุทธ์การกระจายสินค้าที่เปลี่ยนไปเช่นกัน แต่เราพบแล้วว่า ยังมีลูกค้าที่ต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ของ GMM GRAMMY แต่หาซื้อตามร้านสะดวกซื้อแบบเดิมไม่ได้ เราจึงมองเห็นช่องทางในการทำธุรกิจร่วมกับตู้จำหน่ายสินค้าเวนดิ้งพลัส ที่นับวันยิ่งมีการเติบโตและขยายสาขามากขึ้นทุกเดือนๆ ทำให้เราสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น”

นายชูเกียรติ รุจนพรพจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) แห่งอาณาจักรตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เวนดิ้งพลัส กล่าวว่า “ในขณะนี้ เวนดิ้งพลัสได้ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติไปได้ทั่วถึง 21 จังหวัดทั่วประเทศ ตามจุดติดตั้งในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ แหล่งชุมชน ร้านค้า และตามสถานีให้บริการน้ำมันต่างๆ ปัจจุบันเรามีตู้จำหน่ายสินค้าและเครื่องดื่มอัตโนมัติให้บริการกว่า 5,700 ตู้ทั่วประเทศการร่วมมือกับทาง GMM Grammy ในการจำหน่ายสินค้า MP3 CD USB เพลงจากแกรมมี่นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เดินทางเป็นประจำได้เป็นอย่างดี ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้นและสามารถหาซื้อสินค้าได้สะดวกสบายขึ้นด้วยเช่นกัน และยังถือเป็นการเพิ่มความหลากหลายให้กับสินค้าที่จำหน่ายในตู้เวนดิ้งพลัสอีกด้วย โดยเราได้เริ่มวางจำหน่ายสินค้าแกรมมี่ตามตู้จำหน่ายสินค้าของเวนดิ้งพลัสแล้ว ณ สถานีบริการน้ำมัน (ปั้มน้ำมัน) ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียง”ที่มา: mgronline

สบาย เทคโนโลยี ชูธง หุ้นฟินเท็ค IPO ตัวแรก เตรียมเข้าเทรด ต้นพฤศจิกา 2563

สบาย เทคโนโลยี ชูธง หุ้นฟินเท็ค IPO ตัวแรก เตรียมเข้าเทรด ต้นพฤศจิกานี้ มั่นใจในธุรกิจ E-Money, ระบบชำระเงิน และตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ ต่อยอดธุรกิจตู้เติมเงิน หุ้น FinTech ตัวแรกที่เข้าเทรดในตลาดหุ้นไทย เปิดตัว Eco System, E-Money ระบบชำระเงิน รองรับลูกค้าทุกกลุ่ม ต่อยอดธุรกิจตู้เติมเงิน และตู้ขายสินค้าอัตโนมัติให้เติบโตต่อเนื่อง

นายชูเกียรติ รุจนพรพจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) SABUY เปิดเผยว่า SABUY ประกอบธุรกิจด้านการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเงิน (Fin Tech) ที่มี Eco System เป็นของตนเอง โดยมุ่งเน้นธุรกิจค้าปลีก (E-Commerce) รูปแบบใหม่ และ ให้บริการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านตู้เติมเงินแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม ครอบคลุมตั้งแต่ลูกค้าระดับกลาง และ ลูกค้ารายได้น้อยทั่วประเทศ โดยธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ แบ่งออกเป็น 4 ธุรกิจ ได้แก่

1. ธุรกิจตู้เติมเงินอัตโนมัติ ให้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านตู้เติมเงินอัตโนมัติ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “เติมสบายพลัส” มากกว่า 52,000 ตู้ อาทิเติม เงินโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเติมเงินล่วงหน้า (Prepaid) บริการรับชำระบิล บริการเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) บริการฝากเงินเข้าบัญชีธนาคาร และบริการรับชำระบิลสาธารณูปโภค ค่าน้ำ ค่าไฟ และซื้อสินค้าอื่นๆ

2. ธุรกิจตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ เน้นการจำหน่ายเครื่องดื่ม, ขนม และ สินค้าต่างๆ ผ่านตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “เวนดิ้งพลัส” และ “6.11” กว่า 5,700 ตู้ ครอบคลุมถึง 21 จังหวัด ทั่วประเทศ เช่น น้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม เครื่องดื่มชาเขียว อาหารสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยว รวมถึงสินค้าต่างๆ อาทิ หน้ากากผ้า, อุปกรณ์ Gadget, เสื้อยืดชุดชั้นใน และ MP3, CD เพลง เป็นต้น โดยมีการติดตั้งตู้ขายสินค้าอัตโนมัติในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โรงงาน สถานศึกษา หอพัก สถานีขนส่ง สถานีบริการน้ำมัน สำนักงาน จุดกระจายและจุดโหลดสินค้า

3. ธุรกิจระบบศูนย์อาหาร ให้บริการติดตั้งและวางระบบศูนย์อาหารทั้งระบบ Hardware และ Software และเป็นผู้ให้บริการจัดการศูนย์อาหารพร้อมการบำรุงรักษา มีศูนย์อาหารภายใต้การดูแลทั้งหมด 205 ศูนย์ ตามห้างสรรพสินค้า สำนักงาน โรงงาน สถานศึกษา อาทิ เทสโก โลตัส , Tops, โรบินสัน และ เทอมินอล21 เป็นต้น

4. ธุรกิจให้บริการการชำระเงิน บริษัทฯจะให้บริการการชำระเงิน ผ่านบริษัทย่อย คือ บริษัท สบาย มันนี จำกัด ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทั้งสิ้น 4 ประเภทธุรกิจ ได้แก่ ใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money License) ใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการให้บริการรับชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Payment Agent License: PA) ใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการให้บริการสนับสนุนบริการแก่ผู้รับบัตร (Payment Facilitator License: PF) และ ใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการให้บริการโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Fund Transfer License)

ปัจจุบัน  SABUY มีรายได้หลักกว่า 50% จาก ธุรกิจตู้เติมเงินภายใต้ แบรนด์ “เติมสบายพลัส” และ มีรายได้ 30% จากธุรกิจขายสินค้าผ่านตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ โดยในปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,328 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 417 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 86 ล้านบาท ในขณะที่ในงวด 9 เดือนแรกปี 2562 นี้ บริษัทฯ มีรายได้รวม 892 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 400 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 52 ล้านบาท โดยรายได้จากธุรกิจตู้ขายสินค้าเติบโตเฉลี่ยสูง และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากแผนการเพิ่มจำนวนตู้สินค้าอย่างต่อเนื่อง และ การเพิ่มสินค้าใหม่ที่มีราคาต่อหน่วยสูง เช่น หน้ากากอนามัย เสื้อยืด ราคาเฉลี่ยประมาณ 100 บาททำให้รายได้ต่อตู้จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ จากปัจจุบันที่รายได้หลักมาจากการการจำหน่ายเครื่องดื่มราคาเฉลี่ย 10-15 บาทต่อชื้น รวมถึงการขยายร้านค้าปลีกอัตโนมัติรูปแบบใหม่ภายใต้แบรนด์ “6.11 Select” และ “6.11 Corner” และ ร้านบริการซักผ้าอัตโนมัติ “ SABUY WASH”

บริษัทฯ มี Eco System ของตนเองซึ่งในปี 2562 มีจำนวนทรานแซกชั่นสูงถึง 27 ล้านทรานแซกชั่น ครอบคลุม E-Money Platform ,บัตรเครดิต,QR Prompt Pay, In-app Promotion ,Loyalty program และ เงินสด ซึ่งสามารถรองรับระบบชำระเงินสำคัญที่มีผู้ใช้จำนวนมาก เช่น SCB EASY VISA MASTER CARD Rabbit Linepay True Money Grabpay Alipay PromptPay และระบบ Loyalty Program รองรับระบบ TRUE YOU และอื่นๆ เป็นต้น โดย SABUY มีทีมงานด้านเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่พัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงด้วยตนเอง ซึ่งบริหารงานโดยผู้บริหารด้านเทคโนโลยี ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านระบบธนาคารระดับนานาชาติ”

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ มีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่ม Commerce โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญจำนวน 157.02 ล้านหุ้น หรือ 15% ของทุนจดทะเบียน 1,050 ล้านบาท (พาร์ 1 บาท) แก่นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน ซึ่งคาดว่าจะสามารถเข้าเทรดในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนปี63นี้โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุน มาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายกิจการต่างๆ อาทิ โครงการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money Service) โครงการติดตั้งเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ โครงการให้บริการระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์แก่ศูนย์อาหารและร้านค้า โครงการขยายศูนย์กระจายสินค้า ตลอดจนโครงการเพิ่มตู้ขายสินค้าอัตโนมัติซึ่งมีอัตราการเติบโตสูง เพื่อสร้างการเติบโตให้บริษัทฯอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองต่างๆตามกฎหมาย

ด้าน นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัท หลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญของ SABUY กล่าวว่า “ หุ้นIPO ของ SABUY ได้รับความสนใจอย่างสูงจากการโรดโชว์กับ สถาบันการเงินต่างๆ เนื่องจากเป็นหุ้น Fin Tech ตัวแรกของตลาดหุ้นไทย โดย SABUY มี Business Model ที่ดีและพิสูจน์แล้วว่าสร้างผลกำไรได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ SABUY มี Eco System ของตนเองที่มีผู้ใช้มากถึง 27 ล้าน            ทรานแซกชั่นต่อปี และ มีแผนการขยายธุรกิจที่จะสร้างการเติบโตอย่างสูง โดยที่สำคัญ ทีมผู้บริหารระดับสูงของ SABUY เป็นทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ระดับสูงจากธนาคารระดับโลก และ ธนาคารชั้นนำของไทย ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอย่างสูง และ ความเข้าใจในอุตสาหกรรมด้าน E-Banking และ E-Commerce เป็นอย่างดี  นอกจากนี้ SABUY ยังมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีทุนจดทะเบียนสูงถึง 1,050 ล้านบาท มีอัตรากำไรขั้นต้นและ อัตรากำไรสุทธิสูง และ มีอัตราหนี้สินต่อทุนต่ำ จึงมีโอกาสในการขยายกิจการด้าน E-Commerce ได้อีกมาก”

บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY มีทุนจดทะเบียน 1,050.00 ล้านบาท และทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 887.98 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 887.98 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท โดยมีกลุ่มรุจนพรพจี และ กลุ่มวีระประวัติ เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีบริษัทย่อยทั้งหมด 3 บริษัทคือ บริษัทเวนดิ้ง พลัส จำกัด (“VDP”)  เป็นผู้ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เช่น เครื่องดื่ม ขนม และสินค้าต่างๆ ผ่านตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ  ภายใต้เครื่องหมายการค้า “เวนดิ้งพลัส” บริษัท สบาย มันนี่ จำกัด (“SBM”) เป็นผู้ให้บริการการชำระเงิน (Payment Service Provider / Facilitator) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “สบาย มันนี่” และบริษัท สบาย โซลูชั่นส์ จำกัด (“SBS”) เป็นผู้ให้บริการติดตั้งระบบศูนย์อาหาร บริการระบบศูนย์อาหาร และบริการซ่อมแซมบำรุงรักษาระบบศูนย์อาหาร

ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซ์ (1 ตุลาคม 2563)

AIS เพิ่มตู้ขายซิมอัตโนมัติในร้าน 6.11 คอนเนอร์ 219 สาขาทั่วประเทศ

เอไอเอส ผนึกกำลังกับกลุ่ม สบาย เทคโนโลยี ผู้ผลิต และดำเนินการร้าน 6.11 คอนเนอร์ ที่ให้บริการตู่จำหน่ายสินค้าและเครื่องดื่มอัตโนมัติ พัฒนาตู้อัตโนมัติขายซิมเติมเงิน 1-2-Call! ผ่านหน้าร้านครอบคลุม 219 สาขา รับ New Normal

นางสาวเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ปัจจุบัน ไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของคนไทยมีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้มีความระมัดระวังการสัมผัสใกล้ชิดตัวบุคคลหรือสิ่งของ โดยให้ความสำคัญกับมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)

“เอไอเอส เข้าใจในสถานการณ์ดังกล่าว จึงมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านช่องทางการจัดจำหน่ายให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการได้มากที่สุด สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เป็นอยู่”

ล่าสุด เอไอเอส ได้ร่วมมือกับร้าน 6.11 คอนเนอร์ ร้านสะดวกซื้อแนวคิดใหม่ที่เป็น Machine Store 100% ซึ่งมีจำนวนสาขาถึง 219 แห่ง กระจายตัวอยู่ตามชุมชน ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองสำคัญในต่างจังหวัด และมีแผนขยายสาขาจนครบทุกจังหวัดภายในปีหน้า

เพื่อมอบความสะดวกสบายให้ลูกค้าสามารถกดซื้อซิมมือถือระบบเติมเงิน “ซิมสุดคุ้ม” จากตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ พร้อมทั้งแสดงตนผ่านระบบ eKYC เพื่อเปิดใช้งานซิมที่หน้าตู้ได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองทันที โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปแสดงตัวเพื่อเปิดใช้งานซิมที่หน้าร้าน ตอบรับไลฟ์สไตล์แบบ New Normal ของคนไทยที่ต้องรักษาระยะห่างตามมาตรการ Social Distancing

สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อซิมสุดคุ้มสามารถหาซื้อได้แล้วที่ร้าน 6.11 คอนเนอร์ทุกสาขา ในราคาเพียงซิมละ 19 บาท แถมฟรีประกันโควิด-19 ประกันอุบัติเหตุ และยังได้รับฟรีเครื่องดื่มที่ร่วมรายการจาก 6.11 อีก 1 ขวด มูลค่า 10 บาท เรียกได้ว่าคุ้มหนักมาก เหมือนจ่ายเพียง 9 บาทเท่านั้น

รู้จัก 6.11 Vending Machine Store ผู้ท้าชนร้านสะดวกซื้อ

ตู้กดน้ำอัตโนมัติกำลังเติบโตอย่างดีในประเทศไทย พามารู้จัก 6.11 ตู้กดน้ำราคาประหยัดจากค่าย “สบาย เทคโนโลยี” งานนี้ขอท้าชิงกับร้านสะดวกซื้อ เปิดขนาบข้างแบบหายใจรดต้นคอ ปั้น 1,000 สาขาให้ได้ในปีนี้

ตู้กดอัตโนมัติตลาดเดือด!

ต้องบอกว่าในประเทศไทยมีร้านสะดวกซื้ออยู่เกือบทุกมุมถนน เพียงแค่เจ้าใหญ่อย่าง 7-11 ก็มีสาขาอยู่ทั่วประเทศกว่าหมื่นสาขาเข้าไปแล้ว อีกทั้งพฤติกรรมของคนไทยก็ชอบเข้าห้าง ซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ทำให้ตลาดนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดของ Vending Machine หรือตู้กดน้ำอัตโนมัติเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น ซึ่งถ้าใครที่เคยไปเยือนประเทศญี่ปุ่นน่าจะคุ้นเคยกับตู้กดน้ำเป็นอย่างดี เพราะเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นอย่างมาก เรียกว่าทุกตรอกซอกซอยจะต้องมีตู้กดน้ำ แม้แต่บนเขาก็ยังมี

ตลาดในประเทศญี่ปุ่นใหญ่มากเช่นกัน มีจำนวนตู้กดน้ำถึง 2.5 ล้านเครื่อง เทียบกับจำนวนประชากร 160 ล้านคน สำหรับในประเทศไทยที่ปัจจุบันตลาดนี้มีทั้งหมด 25,000 เครื่อง เทียบกับจำนวนประชากร 70 ล้านคน ถือว่ายังมีโอกาสในตลาดอีกมาก

ในตลาด 25,000 เครื่อง เบอร์ 1 เป็นของ “ซัน 108” มีจำนวน 12,000 เครื่อง จำหน่ายทั้งอาหาร เครื่องดื่ม มาม่าต่างๆ เบอร์ 2 เป็นของ “เวนดิ้ง พลัส” จากค่ายสบาย เทคโนโลยีจำนวน 4,000 เครื่อง ถ้ารวมแบรนด์อื่นๆ ทั้งหมดในตลาดมีนับ 20 แบรนด์เลยทีเดียว

Budget Vending Machine ราคาตั้งแต่ 6-11 บาท

ตลาดของตู้กดน้ำ หรือตู้กดอัตโนมัตินี้ ส่วนใหญ่จะมีทำเลอยู่ตามโรงงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า แต่จริงๆ แล้วตู้นี้ยังมีโอกาสมหาศาลในหลายพื้นที่ จึงเป็นที่มาของโมเดลใหม่ 6.11 Corner เป็น Vending Machine Store ที่เนรมิตร้านค้าให้มีแต่ตู้กดน้ำเพียวๆ จากปกติที่เราจะเห็นแค่ตู้กดน้ำอย่างเดียว แต่นี่คือตั้งเป็นร้านค้า

จริงๆ แล้วร้าน 6.11 แบรนด์ย่อยของเวนดิ้ง พลัส โดยที่วางจุดยืนเป็น Budget Vending Machine มีสินค้าหลักเป็นแบรนด์ 6.11 Select จำหน่ายในราคาถูกกว่าแบรนด์ทั่วไปในท้องตลาด มีทั้งกาแฟ น้ำดื่ม วิตามินซี เครื่องดื่มโยเกิร์ต เครื่องดื่มเกลือแร่ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง และอื่นๆ อีกมากมาย โดยมีราคาส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ 6-11 บาทเท่านั้น ในขณะที่ตู้อื่นๆ มีราคาเริ่มต้น 10-20 บาท

โดยที่ 6.11 เริ่มเปิดร้านแรกเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562 ที่ย่านเพชรเกษม-บางบอน เป็นการเช่าห้องแถวแล้วตั้งตู้กด 2-3 เครื่อง เน้นโลเคชั่นในชุมชน หรือข้างๆ ร้านสะดวก

“ความหมายของชื่อร้าน 6.11 ก็คือสินค้าส่วนใหญ่มีราคาตั้งแต่ 6-11 บาทเท่านั้น เพราะตั้งใจให้ 6.11 เป็น Budget Vending Machine” ชูเกียรติ รุจนพรพจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ได้เล่าถึงที่มาของชื่อก่อนเป็นอันดับแรก

จากนั้นก็เริ่มเล่าถึงคอนเซ็ปต์ของ 6.11 ที่ทำไมต้องเป็น Budget Vending Machine ได้มองเห็นโอกาสอะไรบ้าง

“แต่แรกเริ่มได้ตั้งตู้เวนดิ้ง พลัสในโรงงานอุตสาหกรรม ได้เก็บข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภค พบว่าคนไทยยุคนี้ยอมซื้อสินค้า Budget Brand หรือสินค้าที่มีราคาถูกกว่าแบรนด์ใหญ่มากถึง 30-40% แสดงว่าตลาดนี้มีโอกาส ในขณะที่คนซื้อที่แบรนด์ใหญ่ๆ 60-70%”

ชูเกียรติได้แชร์ข้อมูลเชิงลึกว่าอย่างสินค้าน้ำอัดลมในตู้จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็น Original ที่มี 2 แบรนด์ใหญ่โค้ก และเป๊ปซี่ มีราคามาตรฐาน และแบรนด์ Budget ที่ราคาย่อมเยาลงมาหน่อย เอส และบิ๊กโคล่า พบว่ากดซื้อโค้ก และเป๊ปซี่ 65% และซื้อเอส กับบิ๊กโคล่า 35%

รวมถึงสินค้าเครื่องดื่มชูกำลัง ที่มีแบรนด์ใหญ่ๆ ทั้ง M150, คาราบาวแดง, กระทิงแดง แต่มีแบรนด์ Volt ของอาเจขายในราคา 8 บาท คนก็ซื้อแบรนด์นี้เยอะ

ซึ่ง 6.11 Select เห็นโอกาสว่าคนซื้อ Budget Brand มากถึง 30-40% เพราะด้วยเศรษฐกิจ และกำลังซื้อคนน้อยลง การมีแบรนด์ที่มีราคาคุ้มค่าน่าจะตอบโจทย์ได้ดี อีกทั้งยังได้พาร์ตเนอร์ที่ผลิตสินค้าให้เป็นเจ้าใหญ่ๆ ในตลาดทั้งสิ้น อย่างน้ำดื่มสยาม และมาลี

โดยที่ได้วางจุดยืนให้เว็นดิ้ง พลัสอยู่ในระดับกลาง มีจำหน่ายสินค้าทั่วไป ตั้งตู้ตามห้างสรรพสินค้า ส่วน 6.11 เป็น Budget Vending Machine ระดับแมส เน้นตั้งตู้ตามชุมชน

แตกไลน์สู่ขนม เครื่องสำอาง ไปจน “ถุงยางอนามัย”

ปัจจุบัน 6.11 จำหน่ายแต่สารพัดเครื่องดื่ม แต่ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าเตรียมแผนที่จะขยายไลน์สินค้าสู่ตลาดอื่นๆ ทั้งขนม เครื่องสำอาง สินค้า FMCG รวมไปถึงถุงยางอนามัยด้วย

“ในอนาคตมองถึงสินค้าอย่างขนม เครื่องสำอาง มาส์กหน้า สินค้า FMCG ต่างๆ สามารถทำเป็นตู้กดได้หมดเลย รวมถึงถุงยางอนามัยด้วย Pain Point ของสินค้ากลุม่นี้คือคนจะอายไม่กล้าซื้อในร้านสะดวกซื้อ เราเลยจับมือกับพาร์ตเนอร์ผู้ผลิตรายใหญ่ผลิตแบบ 2 แบบ รุ่น 0.05 ขายชิ้นละไม่เกิน 20 บาท และรุ่น 0.03 ขายชิ้นละ 35 บาท เจลหล่อลื่นก็ขายซองละ 20 บาท ตัวนี้จะออกช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ จะตั้งตู้ตามห้องน้ำปั๊ม โรงแรมม่านรูด และร้านสะดวกซื้อ”

ชูเกียรติบอกว่า ต่อไปตู้ Vending Machine อาจจะกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ เพราะการที่สินค้าจะเข้าไปจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดจะต้องเสียค่าแรกเข้า ค่าเชล์ฟ ส่วนแบ่งรายได้ ถ้าสินค้าขายไม่ดีก็โดนตีกลับอีก แต่ถ้ามาจำหน่ายในตู้จะไม่เสียค่าใช้จ่ายเหล่านั้น

ขอเปิดขนาบข้างร้านสะดวกซื้อ

โมเดลของ 6.11 จะเป็นการเข้ามา Disrupt ร้านสะดวกซื้ออย่างแท้จริง หรือเป็นการดับเครื่องชนร้านสะดวกซื้อเลยก็ว่าได้ โดยที่โลเคชั่นส่วนใหญ่ที่จะไปนั้นจะต้องอยู่ในชุมชน และใกล้ร้านสะดวกซื้อ

“ตอนนี้เรามี 170 สาขา เน้นเปิดใกล้ๆ ร้านสะดวกซื้อ แต่ร้านสะดวกซื้อไม่ได้มีแค่แบรนด์เดียว ต่อไปอาจจะขยายไปได้ถึง 30,000 สาขาเลยก็ได้ ในช่วง 5,000 สาขาแรกจะไปกับร้านสะดวกซื้อ แต่ต่อไปจะจับโลเคชั่นที่ดักทางผู้บริโภคก่อนที่จะเข้าร้านสะดวกซื้อ”

ชูเกียรติบอกว่าจุดเด่นของตู้กดน้ำคือ สินค้าจะได้รับความเย็นมากกว่า รักษาความเย็นได้ตลอด ไม่ต้องต่อคิวจ่ายเงิน อีกทั้งตอนนี้ยังมีปัญหาเรื่องถุงพลาสติก เป็นโอกาสที่ดีของตู้กดน้ำ

ซึ่งต้องบอกว่าตอนนี้ 7-11 เองก็ลงมาจับตลาดนี้เช่นกัน จากที่ก่อนหน้านี้ได้มีตู้ Vending Machine แต่ตั้งอยู่ในร้าน ตอนนี้ได้เช่าพื้นที่ในชุมชนเพื่อตั้งตู้โดยเฉพาะ เรียกว่ามาในโมเดลเดียวกัน

ปีนี้ต้องมี 1,000 สาขา

ปัจจุบันร้าน 6.11 มีทั้งหมด 170 สาขา เป็นโมเดลที่บริษัทลงทุนเองหมด เป็นการเช่าพื้นที่ตึกแถวในชุมชน เริ่มต้นที่ กทม. และปริมณฑล โดยที่ในสิ้นปีนี้ตั้งเป้ามีสาขาอย่างต่ำ 1,000 สาขา

“ผมอยากให้แบรนด์ 6.11 เป็นเสี่ยวมี่ประเทศไทย มีราคาไม่ต้องแพง แต่ต้องมีคุณภาพ และมองว่าจะขยายตู้กดให้ไปตามตรอกซอกซอยให้ได้ เป็นการสร้างแบรนด์ผ่านสินค้า ให้คนจดจำแบรนด์ให้ได้”

สินค้าที่ขายดีที่สุดได้แก่ เครื่องดื่มฮันนี่ลิ้นจี่, น้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว, วิตามินซี และเครื่องดื่มชูกำลัง ในอนาคตจะมีกาแฟ และรังนก

ชูเกียรติแอบกระซิบอีกว่า เร็วๆ นี้ที่ 6.11 Corner จะมีจำหน่าย “ซิม AIS” หลายคนคงทราบดีว่าช่วงหนึ่งที่ 7-11 มีปัญหาในการจำหน่ายซิม AIS อาจจะเป็นเพราะคู่แข่งของ TRUE หรืออะไรก็ตาม แต่ตอนนี้ 6.11 พร้อมมาตีกลับแล้ว

ขอบคุณบทความจาก: Positioning
เว็บที่มา: https://positioningmag.com/1263380